วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

พรบ.คอมพิวเตอร์(บทลงโทษการกระทำผิด)

บทลงโทษจากการกระทำผิด
      ผู้กระทำความผิดตาม พรบ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ถือเป็นความผิดทางอาญา มีทั้งโทษปรับ ทั้งโทษจำคุก หรือทั้งโทษปรับและจำคุกลักษณะการกระทำความผิดและโทษจากการกระทำความผิด มีรายละเอียดดังนี้
1. เข้าใช้งานระบบคอมพิวเตอร์โดยเจ้าของไม่ได้อนุญาต  
มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน  ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. เผยแพร่วิธีการลักลอบใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น  
มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี  ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
3. ขโมยข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น  
มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี  ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
4. ดักจับข้อมูลของผู้อื่นในเครือข่ายคอมพิวเตอร์
 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี  ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
5. แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือทำให้ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเสียหาย  
 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน100,000 บาท
6. แก้ไข ดัดแปลง หรือก่อกวนระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นจนเสียหาย  
 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี  ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
7. ส่งเมล์ให้ผู้อื่นซ้ำๆ หรือก่อกวนผู้อื่นให้เดือดร้อนรำคาญ  
 มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
8. ถ้าผู้ใดทำผิดตามข้อ 5 และ ข้อ 6 แล้วยังส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนทั่วไปไม่ว่าทันทีหรือไม่  
 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี  ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
9. สร้างโปรแกรมเพื่อช่วยกระทำความผิดตั้งแต่ข้อ  1 ถึงข้อ 7  
มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี  หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
10. ปลอมแปลงข้อมูล หลอกลวง หรือเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เผยแพร่สื่อลามกอนาจารก่อให้เกิดความตระหนกตกใจ ส่งให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง ต่อความมั่นคงของชาติ  เช่น การส่งอีเมลเรื่องการก่อการร้าย (ไปต่อๆกัน) ท้าทายอำนาจรัฐ  
  มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี  หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
11. ถ้า “ผู้ให้บริการ” ส่งเสริม หรือยินยอม ให้มีการกระทำความผิดตามข้อ 10    
 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี  หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
12. ทำการตัดต่อ  แก้ไข ดัดแปลง ส่งต่อหรือเผยแพร่ ภาพหรือเสียง ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง อับอาย    
มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี  หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
13. ผู้ใดทำผิดที่เว็บไซต์ซึ่งอยู่เมืองนอก แต่ถ้าเราเป็นคนไทย หรือมีสัญชาติไทย ก็มีความผิดตาม พรบ.นี้14. ผู้กระทำความผิด (หมายถึงทั้ง ผู้ใช้บริการ และ ผู้ให้บริการ ตามคำพระราชบัญญัตินี้)      หากเป็นคนต่างด้าวรัฐบาลไทย หรือ ผู้เสียหายที่เป็นคนไทยสามารถร้องขอให้ลงโทษได้

ที่มา http://pooh-aomsinblog.blogspot.com/2011/03/blog-post.html

กรณีศึกษา : ยาสีฟันเดนทิสเต้กับความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

กรณีศึกษา : ยาสีฟันเดนทิสเต้กับความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม
         ยาสีฟันเดนทิสเต้ ได้สร้างเซกเมนต์ Night Time หรือการใช้ยาสีฟันในช่วงเวลาก่อนนอน มีจุดขายในการช่วยลดแบคทีเรียในช่องปากระหว่างการหลับนอน
         เดนทิสเต้ได้พยายามผลักดันตัวเองเพื่อหลีกหนีสมรภูมิการแข่งขันในตลาดยาสีฟันระดับกลุ่มใหญ่ เพราะมีการใช้ประชาสัมพันธ์สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์อย่างไม่อั้น
         สิ่งที่เดนทิสเต้นำมาสร้างเป็นจุดขาย คือ เรื่องการระงับกลิ่นปากจากการช่วยลดแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานอนหลับ ดังนั้น จึงได้หยิบเอากลยุทธ์การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม ด้วยการสร้างตลาดเฉพาะกลุ่มขึ้นมาซ้อนอยู่บนตลาดกลุ่มใหญ่ พร้อมกับมุ่งเป้าไปยังคู่รักที่เพิ่งแต่งงานกัน
         การที่เดนทิสเต้ได้เข้ามาทำการตลาด ทำให้พฤติกรรมการใช้ยาสีฟันของคนไทยเปลี่ยน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เดนทิสเต้ได้รับการตอบรับอย่างดี คือ การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ และนำปัญหาที่คนกังวลมากที่สุดมาเป็นจุดขาย (กลิ่นปากที่เกิดขึ้นในช่วงตื่นนอนตอนเช้า)
คำถามจากกรณีศึกษา
1. ทำไมยาสีฟันเดนทิสเต้ จึงหนีการเผชิญหน้าเพื่อแข่งขันโดยตรงกับยาสีฟันยักษ์ใหญ่
     - เพราะว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ มีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ทีมีงบไม่อั้น จึงทำให้เดนทิสเต้ไม่อยากที่จะแข่งขันด้วย
2. เดนทิสเต้ได้นำกลยุทธ์อะไรเป็นตับขับเคลื่อน และทำไมจึงใช้กลยุทธ์ดังกล่าว
     - กลยุทธ์ที่ใช้ คือ กลยุทธ์เจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม พร้อมมุ่งเป้าไปที่คู่เพิ่งแต่งงานกัน เหตุที่ใช้เพราะว่า เดนทิสเต้ต้องการสร้างความแตกต่างจากยาสีฟันยี่ห้ออื่น รวมทั้งใช้เป็นจุดขายของเดนทิสเต้อีกด้วย
3. ปัจจัยสำคัญอะไร ที่ยาสีฟันเดนทิสเต้ สามารถเข้ามามีส่วนแบ่งตลาดได้ในระยะเวลาอันสั้น
     - มีการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน เพราะโดยส่วนใหญ่ยาสีฟันทั่วไป จะดูแลสุขภาพในช่องปากเป็นหลัก และช่วยระงับกลิ่นปาก แต่เดนทิสเต้ มีจุดขายในเรื่องการระงับกลิ่นปากจากการช่วลลดแบคทีเรียที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลับนอน อีกทั้งยังสามารถตอบโจทย์ที่ผู้บริโภคต้องการได้ คือ การมีลักษณะเด่นและความแตกต่าง
4. สมมติว่าท่านได้ีรับภาระหน้าที่ในการเจาะตลาดยาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง ท่านจะใช้กลยุทธ์ใด และจะกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ด้วยการใช้ลักษณะเด่นอะไรที่คิดว่ายังพอมีศักยภาพในการทำกำไร รวมทั้งสร้างความพึงพอใจกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
     - กลยุทธ์การให้ข่าวสาร( Public Relation Strategy) เช่น การร่วมมือกับสื่อบางสื่อ เพื่อจัดเทศกาลในโอกาสพิเศษ
      - กลยุทธ์ การใช้พนักงานขาย (Personal  Strategy) เช่น คิดค้นโปรแกรมการให้ผลตอบแทนการขาย ( Incentive Program ) ใหม่ๆ เพื่อเป็นรางวัลแก่พนักงานขายที่ทำยอดขายตามเป้า
     - มีการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ โดยใช้เกณฑ์คุณภาพสูง ราคาสูง เพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่า ยี่ห้อยาสีฟันชนิดนี้มีคุณประโยชน์และคุณค่าในสายตาผู้บริโภค

อาชญากรคอมพิวเตอร์

อาชญากรคอมพิวเตอร์
ได้มีการกล่าวถึงอาชญากรคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็คือ ผู้กระทำผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนสำคัญ มีการจำแนกไว้ดังนี้

อาชญากรคอมพิวเตอร์ คือ ผู้กระทำผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนสำคัญ มีการจำแนกไว้ดังนี้
พวกมือใหม่ (Novices) หรือมือสมัครเล่น อยากทดลองความรู้และส่วนใหญ่จะมิใช่ผู้ ที่เป็นอาชญากรโดยนิสัย มิได้ดำรงชีพโดยการกระทำผิด อาจหมายถึงพวกที่เพิ่งได้รับความไว้วางใจให้เข้าสู่ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
Darnged person คือ พวกจิตวิปริต ผิดปกติ มีลักษณะเป็นพวกชอบความรุนแรง และอันตราย มักเป็นพวกที่ชอบทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นบุคคล สิ่งของ หรือสภาพแวดล้อม
Organized Crime พวกนี้เป็นกลุ่มอาชญากรที่ร่วมมือกันทำผิดในลักษณะขององค์กรใหญ่ๆ ที่มีระบบ พวกเขาจะใช้คอมพิวเตอร์ที่ต่างกัน โดยส่วนหนึ่งอาจใช้เป็นเครื่องหาข่าวสาร เหมือนองค์กรธุรกิจทั่วไป อีกส่วนหนึ่งก็จะใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นตัวประกอบสำคัญในการก่ออาชญากรรม หรือใช้เทคโนโลยีกลบเกลื่อนร่องร่อย ให้รอดพ้นจากเจ้าหน้าที่
Career Criminal พวกอาชญากรมืออาชีพ เป็นกลุ่มอาชญากรคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่มาก กลุ่มนี้น่าเป็นห่วงมากที่สุด เนื่องจากนับวันจะทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจับผิดแล้วจับผิดเล่า บ่อยครั้ง
Com Artist คือพวกหัวพัฒนา เป็นพวกที่ชอบความก้าวหน้าทางคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตน อาชญากรประเภทนี้จะใช้ความก้าวหน้า เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และความรู้ของตนเพื่อหาเงินมิชอบทางกฎหมาย
Dreamer พวกบ้าลัทธิ เป็นพวกที่คอยทำผิดเนื่องจากมีความเชื่อถือสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างรุ่นแรง
Cracker หมายถึง ผู้ที่มีความรู้และทักษะทางคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี จนสามารถลักลอบเข้าสู่ระบบได้ โดยมีวัตถุประสงค์เข้าไปหาผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง มักเข้าไปทำลายหรือลบไฟล์ หรือทำให้คอมพิวเตอร์ใช้การไม่ได้ รวมถึงทำลายระบบปฏิบัติการ
นักเจาะข้อมูล (Hacker) ผู้ที่ชอบเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น พยายามหาความท้าทายทางเทคโนโลยีเข้าไปในเครือข่ายของผู้อื่นโดยที่ตนเองไม่มีอำนาจ
อาชญากรในรูปแบบเดิมที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ เช่นพวกลักเล็กขโมยน้อยที่ พยายามขโมยบัตร ATM ของผู้อื่น
อาชญากรมืออาชีพ คนพวกนี้จะดำรงชีพจากการกระทำความผิด เช่นพวกที่มักจะใช้ ความรู้ทางเทคโนโลยีฉ้อโกงสถาบันการเงิน หรือการจารกรรมข้อมูลไปขาย เป็นต้น
พวกหัวรุนแรงคลั่งอุดมการณ์หรือลัทธิ มักก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เพื่อ อุดมการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ ศาสนา หรือสิทธิมนุษย์ชน เป็นต้น
ผู้กระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์มีลักษณะพิเศษดังต่อไปนี้
1. ส่วนใหญ่มักมีอายุน้อย
2. ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีวิชาชีพ
3. ลักษณะส่วนตัวเช่น
- มีแรงจูงใจและความทะยานอยากสูงในการที่จะเอาชนะและฉลาด
- ไม่ใช่อาชญากรโดยอาชีพ
- กลัวที่จะถูกจับได้ กลัวครอบครัว เพื่อนและเพื่อนร่วมงานจะรู้ถึงการกระทำความผิดของตน